Ideas For Grab: หนังผี Worse than Dead and Hated

Ideas For Grab เป็นเค้าร่างเขียนเล่นจากไอเดียที่มันลอยผ่านมาแล้วก็ผ่านไปไม่ได้เกิดอะไรเป็นรูปเป็นร่างซึ่งเอามาขึ้นเวปไซด์เพื่อให้คนที่สนใจเอาไปใช้ได้ตามต้องการ ถ้าใช้แล้วยังไงช่วยแปะลิงค์ไว้ให้ตามไปดูจะเป็นพระคุณยิ่ง

หนังผี

เตือนได้เต็มปากเต็มคำว่า ไอเดียนี้ลูกรัก ใครเอาไปทำต่อ ขอให้ทำให้ดี ถ้าทำเล่นๆไม่จริงจังออกมาไม่เวิร์ค เราอาจตามไปหลอกไปหลอนท่านในฝันทีเดียว

พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเราไม่ใช่คนที่ชอบหนังผี แต่เราก็ชอบเรื่องผีที่เล่าดีๆ อย่าง Shutter หรือ หลาวชะโอน จาก ห้าแพร่ง   (จริงๆต้องบอกว่าโดยเฉพาะหลาวชะโอน) เรื่องของเรื่องคือเราสนใจเรื่องก่อนความน่ากลัว ดังนั้นถ้าเรื่องไม่โดนใจก็เชิญบิวท์ไปเถอะครับ กระผมก็ว่ามันไม่สนุกอยู่ดีละฮะ

ถ้าถามว่าเราอยากได้อะไรในหนังผี คร่าวๆก็คงตามนี้ล่ะ

1. ผีที่มองไม่เห็น แต่เล่นกับบรรยากาศ
เราเป็นคนที่ถ้าเห็นผีในหนังแล้วจะไม่กลัว (ผีจริงไม่เคยเห็นดังนั้นอย่าถาม) สำหรับเราสิ่งที่จินตนาการไปเองน่ากลัวกว่าเพราะมันเข้าไปทำให้คนขนหัวลุกในหัวตัวเอง ถ้าโผล่มามันก็ตกใจตอนนั้นแล้วมันก็จบ

2. ผีที่มีตัวมีตน
หมายความว่า “เขียนบทดีๆให้ผีด้วย” ผีก็เคยเป็นคนนะครับ ทำไมกลายเป็นผีแล้วคลานลากขาแลบลิ้นปลิ้นตาซะงั้นน่ะ หนังผีส่วนมากที่ดูแล้วเซ็งคือไม่ให้บทดีๆกับผีนี่แหละ ถ้าใช้เขาแค่มาเขย่าขวัญ เจสันศุกร์สิบสามก็ใช้ได้เหมือนกันนะ

ทั้งนี้และทั้งนั้นพวกเรื่องเบื้องลึกเบื้องหลังของคุณผีนี่ไม่นับ เพราะส่วนมากมักเป็นการบอกเล่า นั่นขัดกับกฎของการเล่าเรื่องที่ว่า “จงแสดง อย่าบอก”

3.เนื้อเรื่องดีๆ
เราเชื่อว่าเรื่องเล่าเหนือธรรมชาติมีไว้สะท้อนคน ไม่ใช่เอาไว้ทำให้คนกลัวถ่ายเดียว ไม่งั้นมันไม่ค่อยมีแก่นสาร ดูก็ไม่สนุก ดังนั้นขอเนื้อเรื่องดีๆจะเป็นพระคุณ ถ้าคิดไม่ออก มีเรื่องนึงมาเสนอนะค้าบ

Worse than Dead and Hated…

ขออภัยที่ชื่อเรื่องดัดจริตเป็นภาษาอังกฤษ พยายามหาคำแปลดีๆอยู่เหมือนกัน

จริงๆชื่อเรื่องเต็มๆ (หรือธีมของเรื่อง) คือ “Worse than dead and hated… is to live and not forgiven” แปลออกมาแบบบ้านๆ(เพราะใช้คำหรูไม่เป็น) คือ “ที่เลวร้ายกว่าตายแล้วเป็นที่เกลียดชัง คือ มีชีวิตอยู่และไม่ได้รับการอภัย”

จริงๆธีมเรื่องนี้หนักไปอย่างหลังมากกว่า เพราะเรื่องหลักเป็นเรื่องของ แอร์ สาวน้อยวัยเรียนเรียบร้อยสดใสผู้อยากเป็นสไตลิสต์ด้วยความหลงใหลในแฟชั่น เธอทำงานพิเศษที่ร้านทำผมแถวบ้านเพื่อสนับสนุนการเรียนตัวเองเนื่องจาก 1.ชอบ 2.บ้านของเธอไม่ได้ฐานะดีอะไร ก็เรียกว่าธรรมดาๆ แต่เมื่อเธออยากจะไปไกลกว่าเปิดร้านทำผมแถวบ้าน เธอเลยต้องดิ้นรนเพื่อการศึกษาในอนาคตของตัวเอง

แอร์มีแฟนหนุ่มจบการช่างอายุมากกว่าเธอซักห้าหกปีซึ่งกำลังทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว ทั้งสองคนวางแผนจะสร้างครอบครัวด้วยกันในวันหนึ่งข้างหน้าเมื่อการงานและการเงินพร้อม แต่ความฝันแสนหวานนั้นก็มาเจอปัญหาเมื่อทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กันตามประสาหนุ่มสาวที่ห้ามตัวเองไม่ค่อยได้และแอร์ท้อง

แต่ถ้าคุณคิดว่าเราจะใช้เรื่องนี้เทศนาเรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนละก็ คิดผิดนะครับ เพราะส่วนตัวเรารู้สึกว่าเรื่องของคนสองคนมันเรื่องของคนสองคน ถ้าสามารถรับผิดชอบผลของการกระทำของตัวเองได้ อยากทำอะไรทำไปเถอะ อายุไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะคนมีอายุความรับผิดชอบต่ำในเรื่องชู้สาวก็มากมี จุดสำคัญมันอยู่ตรงคำว่าความรับผิดชอบนี่แหละ ด้วยความที่ยังไม่เข้าใจผลของการกระทำของตัวเองอย่างถ่องแท้ ทั้งสองคนเลยไม่ได้คิดจะป้องกันและทำให้แอร์ท้อง แฟนหนุ่มของแอร์ที่เป็นห่วงอนาคตของพวกเขาทั้งสองคนเลยขอให้แอร์ไปทำแท้ง

แอร์ซึ่งคล้อยตามก็ไปคลีนิคทำแท้งเถื่อนตามที่แฟนหนุ่มไปสืบหามาให้ แต่หลังจากวันนั้นเองที่เรื่องแปลกๆเริ่มเกิดขึ้นรอบตัวเธอ

(บอกไว้ก่อนว่า ส่วนตัวเราไม่ได้คัดค้านการทำแท้ง แต่เราคิดว่ามันควรถูกทำให้เป็นทางเลือกของผู้หญิง เพียงแต่มันควรทางเลือกท้ายๆเมื่อไม่มีทางออกอื่นเพราะผลเสียของมัน รวมทั้งว่าการให้คนมีความรับผิดชอบรู้จักป้องกันที่เหตุจะดีกว่ามาแก้ที่ผล)

ผีทวงแค้น

ในสายตาของคนอื่นๆ แน่นอนว่านี่เป็นกรณีคลาสสิคของรักในวัยเรียน เด็กสองคนที่ไม่รู้จักคิด รักสนุกและหลงในความรัก ผลที่ตามมาทำให้ชีวิตต้องพลิกผันและต้องแก้ปัญหาด้วยการทำแท้ง

คนที่ทำอย่างนั้นได้เหมือนจะต้องเห็นเด็กในท้องเป็นมารหัวขน ไม่ใช่ลูก

เราจะปล่อยให้ท่านเชื่อไปเช่นนั้นก่อน

ทำไมต้องเป็นแบบนั้น นั่นเพราะนั่นจะเป็นสิ่งที่วิญญาณของเด็กรู้สึก

เนื่องจากเรื่องนี้เราจะเห็นผีจำกัดมาก(นับที่คิดไว้คือสามซีนเท่านั้น และไม่ได้เห็นเต็มๆ) ความกลัวทั้งหมดเกิดจากบรรยากาศและเหตุการณ์หลอนๆที่หาคำอธิบายหนักแน่นไม่ได้ เราเลยต้องเล่าเรื่องของผีผ่านความเข้าใจของคนดู นั่นคือชักนำด้วยการเล่าเรื่องให้คนดูคิดเหมือนที่ผีคิด

สำหรับตอนนี้คือการเข้าใจว่าพ่อแม่คิดว่าตัวเองเป็นมารหัวขนที่ไม่เป็นที่ต้องการ เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นชี้ไปที่วิญญาณเด็กตามมารังควานด้วยความอาฆาตที่ไปฆ่าเขาเสียตั้งแต่ยังไม่เกิด เหตุการณ์แรกคือฉากแรกที่เราได้เห็นผี มันเป็นสองสามคืนหลังจากแอร์ทำแท้งมา เธอดูซูบเซียวอิดโรยแต่แข็งแรงพอจะกลับมาทำงานที่ร้าน ค่ำวันนั้นคุณเจ้าของร้านที่มีเซนส์บอกว่าเธอพาใครมาด้วยยืนเลือดโชกรออยู่ข้างนอกตรงขอบถนน แอร์หันตาม กล้องตัดมาที่ระดับขอบถนนถ่ายกลับเข้าไปที่ร้านเราเห็นข้อเท้าเด็กอาบเลือดหยดติ๋งๆ แต่เมื่อตัดกลับมาที่มุมมองของแอร์เรารู้ว่าเธอไม่เห็นอะไรอยู่ตรงนั้น แน่นอนว่าเธอทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่ในใจเธอแอบรู้ว่าคนที่คุณเจ้าของร้านพูดถึงเป็นใคร เพียงแต่ในตอนนั้นเธอยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

แต่หลังจากนั้นแอร์ก็เจอเรื่องที่อธิบายไม่ได้เกิดขึ้นกับเธอบ่อยๆทั้งกลางวันและกลางคืน (ใครว่าผีต้องออกมาในที่มืด ถ้าผีมีจริงเราไม่เชื่อล่ะคนนึง เราจะหลอกกันกลางวันแสกๆนี่แหละ) แต่ละครั้ง เหตุการณ์พวกนั้นทำให้แอร์คิดถึงลูกและสิ่งที่เธอทำลงไป ความรู้สึกผิดค่อยๆเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพราะเธอกลัวเกรงบาปกรรมเท่านั้น แต่เพราะเด็กคนนี้ไม่ใช่ “มารหัวขน” แต่เป็น “ลูก” ของผู้ชายที่เธอรัก เธอไม่ได้มีโอกาสคิดถึงเรื่องนี้นักเพราะการตัดสินใจทำแท้งเกิดขึ้นอย่างเร่งรีบ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอยิ่งรู้ว่าเธอไม่ได้ต้องการเอาเด็กออก เธอแค่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับชีวิตต่อไปเท่านั้น

เรื่องราวที่รุมเร้าทำให้แอร์เริ่มหมกมุ่นกับการชดใช้ให้ลูกด้วยวิธีต่างๆ แรกๆก็แค่ทำบุญอุทิศส่วนกุศล แต่ไปๆมาๆเธอเริ่มซื้อตุ๊กตาของเล่นเด็กมาไว้ในตู้ที่เหมือนค่อยๆกลายเป็นศาลเล็กๆ แฟนหนุ่มของเธอเริ่มใจคอไม่ดีกับพฤติกรรมของแอร์เลยพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอเอาของพวกนั้นไปทิ้งเสีย ที่เขาพลาดคือบอกว่าเด็กน่ะเขาทำให้เกิดอีกก็ได้ซึ่งเขาพูดจากความสิ้นหวังเมื่อเห็นว่าแอร์ไม่ยอมฟังเหตุผลแต่กลับทำให้เธอคิดว่าเขาไม่ได้รู้สึกเด็กคนนั้นเป็นลูกเหมือนเธอ ทั้งสองคนจึงมีปากเสียงกันและแอร์ยกเรื่องที่เขาเป็นคนบอกให้เธอไปทำแท้งขึ้นมา และว่าเขาเป็นคนที่อยากกำจัดเด็กไม่ใช่เธอ

หลังจากนั้นเหตุการณ์ประหลาดๆกลับไปเกิดรอบตัวแฟนหนุ่มของแอร์แทน แต่เขาไม่เชื่อว่าเป็นเพราะวิญญาณของเด็กตามมาล้างแค้นแค่ว่าเขาคิดไปเองหรือมีคำอธิบายอื่น ส่วนหนึ่งก็เพราะเขามีความสัมพันธ์ของเขากับแอร์ที่ต้องคิดถึง เรื่องราวค่อยๆเผยว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งจริงจังกว่าที่เราให้คนดูหลงเชื่อในครั้งแรก ทั้งเขาและแอร์ต่างต้องดิ้นรนด้วยตัวเองไม่ทางใดก็ทางหนึ่งและพวกเขาค้ำจุนกันและกันมาเป็นเวลาพอสมควร การตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันแม้ด้วยวัยเพียงเท่านี้จึงไม่ใช่แค่เด็กวัยรุ่นฝันหวาน พูดตามตรงว่าเรารู้สึกว่าบางครั้งเราดูถูกความสามารถของเด็กวัยรุ่นที่จะโตกันมากไปหน่อย พวกเราไม่ค่อยคิดกันว่าเด็กวัยเท่านั้นจะสามารถคิดเรื่องแบบนี้จนทะลุได้ แต่ความคิดอ่านที่ลึกซึ้งเกิดจากประสบการณ์ ไม่ใช่มาเองตามอายุ สำหรับแอร์กับแฟนหนุ่มของเธอมันมาจากความยึดมั่นและเชื่อมั่นในกันและกันเป็นอย่างมากด้วย แฟนหนุ่มของแอร์จึงไม่ละความพยายามที่จะสื่อสารกับเธอและรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้

ด้วยความมั่นคงที่พวกเขามีให้กันและกันแอร์และแฟนหนุ่มก็กลับมาคืนดีกันได้ในที่สุด แต่เพียงไม่นานหลังจากนั้น ในวันหนึ่งที่สองคนนั้นออกไปข้างนอกด้วยกัน แฟนหนุ่มของเธอกลับประสบอุบัติเหตุที่ไม่มีคำอธิบาย (ตอนนี้คิดว่าคงมีบางอย่างร่วงใส่ทั้งที่มันไม่น่าร่วงได้) เขาเจ็บหนักปางตายแต่แอร์ที่อยู่ข้างๆกลับไม่มีกระทั่งรอยขีดข่วน ท่ามกลางความโกลาหลนั่นเราเห็นร่างของเด็กตัวอาบด้วยเลือดยืนมองเขาอยู่ ในที่นั้นมีแต่แฟนหนุ่มของแอร์ที่เห็นร่างนั้นและเขาเดาได้เลาๆว่าที่เขาเห็นนั้นเป็นใคร แต่แทนที่เขาจะโกรธหรือกลัว เขากลับขอบใจ”ลูก”ที่”ดูแลแม่”ก่อนจะหมดสติไป

ทั้งหมดอยู่ที่ความเข้าใจ

ฉากสุดท้ายของเรื่องเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลซึ่งแอร์นั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดทั้งน้ำตาด้วยเธอคิดว่าเขาอาจไม่รอด ในมือเธอถือถุงมือเด็กอ่อนที่เธอพกไว้ เธอเสียลูกไปแล้ว เธอไม่อยากเสียแฟนหนุ่มคนนี้ของเธอไปด้วย

หลังจากเวลาผ่านไปหมอในชุดฆ่าเชื้อก็ออกมาจากห้องผ่าตัดเพื่อบอกเธอว่าสามีของเธอปลอดภัย (แอร์บอกว่าตัวเองเป็นภรรยาเพื่อให้สามารถเยี่ยมหรือไปดูแลเขาได้ แต่นั่นหมายความว่าส่วนหนึ่งในความคิดของเธอ เธอเป็นคู่ชีวิตของเขาแล้วแม้ทั้งสองจะยังไม่ได้แต่งงานกัน) และเคสของเขานั้นพิเศษเพราะคนส่วนมากที่ประสบอุบัติเหตุแบบนี้นั้นไม่รอด

เมื่อหมอจากไป แอร์ที่โล่งใจก็เหลียวมองไปที่ทางเดินโรงพยาบาลและเห็นเด็กคนหนึ่งเหมือนจะวิ่งเล่นอยู่คนเดียวไม่มีผู้ปกครองดูแลและไม่มีใครสนใจราวกับว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่ ใจหนึ่งเธอแอบเดาไว้ว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร แต่ครั้งนี้วิญญาณลูกของแอร์ไม่ได้มาแบบโชกเลือด เมื่อเขารู้แล้วว่าพ่อแม่นั้นรักเขาและไม่ได้ต้องการกำจัดเขาถ้าไม่เพราะความกดดันรอบด้านที่พวกเขาเผชิญ วิญญาณของเด็กจึงไม่มีความแค้นใดๆกับทั้งสองคนอีก เขาหันมาโบกมือให้เธอแล้วยิ้มหวานให้ก่อนจะหันหลังแล้วหายไปท่ามกลางผู้คน

แอร์มั่นใจตอนนั้นเองว่านั่นคือลูกของเธอ เธอหันกลับไปมองถุงมือเด็กอ่อนในมือ ดึงมากอดไว้แนบอกแล้วหันไปยิ้มในทิศที่เธอเห็นเขาหายไป

จบ!

พูดตามตรงว่าโครงเรื่องหลักๆเกือบครบแล้ว เหลือแค่รายละเอียดของเรื่อง วิธีเล่าเรื่อง และลำดับรายการเหตุการณ์หลอนๆ ซึ่งพูดตามตรงว่าเรื่องสำคัญทั้งนั้น! เพราะถ้าพลาด มันจะไม่น่ากลัว ไม่ได้อารมณ์ ไม่เก็ต รวมทั้งกลัวว่าอาจจะไม่ซึ้งกับตอนจบด้วย อันนี้อยู่เกินวิสัยของเราแล้ว เชิญท่านผู้ใดสามารถเอาไปเกลาต่อเอาไปจัดการด้วย แต่อย่างที่เตือนไว้แต่แรกว่าเรื่องนี้ลูกรัก ช่วยดูแลด้วย แล้วถ้าใครจะเอาไปทำเป็นหนัง อย่าลืมบอกวันเข้าฉายด้วยนะ!

Advertisements

4 thoughts on “Ideas For Grab: หนังผี Worse than Dead and Hated

  1. เค้าชอบพล็อต เห็นภาพออกมาเป็นหนังได้เลยแต่คงไม่อาจรัยเลี้ยงลูกกระต่่ายตัวนี้ต่อได้ฮ่ะ เขียนเรื่องผีทีไรฮาทุกที…

    1. ฮา ไม่เป็นไรค้าบ ปัญหาของทางนี้คือไม่รู้ทำไงให้น่ากลัวดี คิดเรื่องให้ได้ แต่รายละเอียดคิดไม่ออก ดีใจนะค้าบที่ชอบ

      1. โอย เรื่องน่ากลัวเนี่ยเป็นปัญหาฮับ เคยเขียนฟิกสมัยอยู่วันริงเรื่องนึง ป๋าวิกโกถูกผีครอบงำ แรกๆก็น่ากลัวพอใช้ พอเจอลุงเบอร์นาร์ดพาพรรคพวกไปหาหมอผีเมารีนี่ออกทะเลไปเลยฮับ ตลกมาก เลิก.. ตั้งแต่บัดนั้น หาความน่ากลัวไม่ได้เลย

      2. เรื่องผีเขียนยากจริงๆแหละฮะ ทางนี้เลยยังไม่เคยลอง(คือนึกไม่ออกเลยว่าทำไงดี) เกรงว่าของกระผมมันจะออกไปแนวผีหาย หายไปไหนไม่รู้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s